ขายออนไลน์แบบไม่หลงตัวเลข · EP4

1. ยอดขาย เงินรับ และกำไร เป็นคนละตัวเลข

จากตอนก่อน เราเห็นแล้วว่ายอดขายอาจไม่เท่ากับเงินที่แพลตฟอร์มโอน เพราะมีค่าธรรมเนียม คืนสินค้า และรายการปรับต่าง ๆ

เมื่อจะดูกำไร ต้องเดินต่ออีกขั้น โดยตรวจว่า:

หากใช้ยอดโอนที่ถูกหักค่าธรรมเนียมแล้วเป็นยอดขาย และนำค่าธรรมเนียมมาหักอีกครั้ง จะทำให้ค่าใช้จ่ายซ้ำและกำไรคลาดเคลื่อน

2. รวมข้อมูลทุกช่องทางในช่วงเดียวกัน

การดูผลครึ่งปีควรรวมข้อมูลมกราคม–มิถุนายนจากทุกช่องทาง ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook และการขายตรง

เตรียมข้อมูลอย่างน้อย 4 ชุด:

  1. รายงานขาย: ยอดขาย ยกเลิก คืนสินค้า และส่วนลด
  2. รายงานรับเงิน: รายงาน Settlement และรายการเดินบัญชีธนาคาร
  3. ข้อมูลต้นทุน: สินค้าต้นงวด การซื้อ และสินค้าคงเหลือปลายงวด
  4. ข้อมูลค่าใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียม โฆษณา ขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และรายการอื่นที่เกี่ยวข้อง

เงินกู้ เงินที่เจ้าของเติมเข้าร้าน และเงินโอนระหว่างบัญชีของตนเอง ควรแยกออกจากรายได้ขาย เพื่อไม่ให้ยอดรับเงินถูกนับเป็นยอดขายทั้งหมด

3. ซื้อสินค้าไปเท่าไร ไม่ได้แปลว่าเป็นต้นทุนขายทั้งหมด

หากซื้อสินค้ามาแล้วบางส่วนยังอยู่ในสต๊อก เงินที่จ่ายซื้อทั้งหมดจะไม่เท่ากับต้นทุนของสินค้าที่ขายออกไป

สำหรับร้านซื้อสินค้ามาขาย แนวคิดพื้นฐานคือ:

ต้นทุนสินค้าที่ขาย = สินค้าต้นงวด + ซื้อสุทธิระหว่างงวด − สินค้าคงเหลือปลายงวด

จึงควรตรวจนับสต๊อกและประเมินต้นทุนให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะร้านที่มีหลาย SKU หรือซื้อสินค้าไว้ล่วงหน้าจำนวนมาก

เงินในบัญชีอาจลดลงเพราะซื้อสต๊อกเพิ่ม ทั้งที่ร้านยังมีกำไร หรือเงินอาจเพิ่มเพราะกู้มา ทั้งที่ผลประกอบการยังขาดทุน

4. ตัวอย่าง: ยอดขาย 600,000 บาท ไม่ได้แปลว่ากำไร 600,000 บาท

สมมติร้านมีข้อมูลครึ่งปีดังนี้ โดยจัดรายการไม่ซ้ำกันแล้ว:

ตัวอย่างผลประกอบการครึ่งปี — หน่วย: บาท
รายการจำนวน
ยอดขายหลังปรับคืนสินค้าและส่วนลด600,000
ต้นทุนสินค้าที่ขาย330,000
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม48,000
ค่าโฆษณา42,000
ค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ที่ร้านรับภาระ30,000
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น20,000
กำไรจากรายการในตัวอย่าง ก่อนภาษีเงินได้130,000

ตัวอย่างนี้ใช้ดูผลประกอบการ โดยสมมติว่าไม่มีรายการอื่นที่ต้องปรับเพิ่ม 130,000 บาทยังไม่ใช่เงินได้สุทธิทางภาษีโดยอัตโนมัติ เพราะต้องตรวจประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนตามกฎหมายอีกครั้ง

5. บุคคลธรรมดาขายออนไลน์ ต้องตรวจ ภ.ง.ด.94

ภ.ง.ด.94 เป็นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(5)–(8) โดยการขายสินค้าทั่วไปมักอยู่ในมาตรา 40(8)

ใช้เงินได้ที่ได้รับช่วง 1 มกราคม–30 มิถุนายน โดยเกณฑ์ทั่วไปสำหรับบุคคลธรรมดาคือ:

เกณฑ์นี้ดูเงินได้พึงประเมินก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน จึงไม่ควรใช้ “กำไรน้อย” หรือ “ยังไม่ถึงเกณฑ์ VAT” เป็นเหตุสรุปว่าไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94

โดยทั่วไปยื่นแบบช่วงกรกฎาคม–กันยายน ส่วนการยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตมีการขยายเวลาตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร ควรตรวจวันครบกำหนดของปีที่ยื่นอีกครั้ง

6. กำไรธุรกิจ กับเงินได้สุทธิทางภาษี ต้องแยกกัน

การดูกำไรธุรกิจใช้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจริง เพื่อรู้ว่าร้านขายแล้วเหลือเท่าไร

การคำนวณภาษีต้องตรวจว่าประเภทกิจการนั้นหักค่าใช้จ่ายแบบใดได้บ้าง เช่น หักตามจริง หรือหักเหมาตามประเภทและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ควรใช้อัตราเดียวกับร้านออนไลน์ทุกประเภท และไม่ควรนำค่าใช้จ่ายจริงมาหักซ้ำกับค่าใช้จ่ายเหมา

นอกจากนี้ ต้องตรวจค่าลดหย่อนที่ใช้ได้สำหรับครึ่งปี วิธีคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้อง และเครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากมี

จุดที่ห้ามพลาด

ข้อมูลจริงสำหรับยื่นแบบ — ประมาณกำไรสำหรับวางแผน

ภ.ง.ด.94 ใช้ข้อมูลจริงของครึ่งปีแรก การประมาณกำไรใช้ช่วยวางแผน ไม่ได้ใช้แทนข้อมูลจริงในการยื่นแบบ

7. เตรียมเงินภาษี และเก็บข้อมูลต่อจนสิ้นปี

เมื่อข้อมูลครึ่งปีครบแล้ว ให้ประเมินภาษีจากข้อมูลของตนเอง และกันเงินไว้ตามผลคำนวณ แทนการกำหนดเปอร์เซ็นต์จากยอดขายโดยไม่ตรวจต้นทุนและสิทธิหักต่าง ๆ

ภาษีที่ชำระตาม ภ.ง.ด.94 สามารถนำไปเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีสิ้นปีได้ แต่ยังต้องรวบรวมเงินได้ทั้งปีและตรวจหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.90 ต่อไป

หลังจากนั้นควรสรุปยอดขาย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และสต๊อกทุกเดือน เพื่อเห็นว่ากำไรเปลี่ยนเพราะอะไร และปรับแผนได้ทันก่อนสิ้นปี

Checklist ก่อนเตรียมภาษีครึ่งปี